เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว เป็นเกาะที่มีขนาดใหญ่อันดับ 4 ของเกาะช้าง เป็นสถานที่หนึ่งที่สวยงาม  ทั้งน้ำทะเลที่สะอาดอุดมไปด้วยทรัพยากรธรรมที่สมบูรณ์ เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวและการผักผ่อนเป็นที่สุด

ที่ตั้ง

ตำบลเกาะกูด อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูดเป็นเกาะสุดท้ายปลายทะเลตะวันออกในจังหวัดตลาดในไทย ติดชายแดนประเทสกัมพูชา ด้วยความที่เป็นเกาะขนาดใหญ่อันดับ 4 รองจากเกาะช้าง ทำให้ดินแดนในที่นี้เปลี่ยมไปด้วยทรัพยาการธรรมชาตที่ยังคงความอุดมสมบูรณ์อย่างมากมาย และสวยงาม เหมาะแก่การท่องเที่ยวและการผักผ่อน  ด้วยพื้นที่ที่เป็นภูเขาและที่ราบสันเขา จึงเป็นต้นกำเนิดลำห้วยต่างๆ ซึ่งก็ทำให้เกาะกูดมีน้ำตกหลายแห่ง บนเกาะกูดยังมีสถานที่ท่องเที่ยว คือชายหาดเนียนละเอียด เคียงข้างน้ำทะเลใสแจ่ว อีกทั้งยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์ และแนวประการังหลายๆ ชนิด จนได้รับสมญานามว่า อันดามันแห่งทะเลตะวันออก

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูดมีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 105 ตารางกิโลเมตร หรือประมาณ 65,625 ไร่ ความยาวของเกาะ 25 กิโลเมตร ความกว้าง 12 กิโลเมตร เนื่องจากว่าเกาะกูดมีสภาพความเป็นธรรมชาติที่สมบูรณ์ ประกอบกับการมีภูเขาและที่ราบสันเขาจึงทำให้มีน้ำตกหลายแห่งเลยทีเดียว และน้ำตกที่เกาะกุดยังมีเชื่อเสียงเป็นอย่างมาก เช่น น้ำตกคลองเจ้า น้ำตกแห่งนี้ถือว่าเป็นประวัติศาตร์ คือพระบาทสมเด็จกพระมงกุฏเกล้าเจ้าอยู่หัวเคยเสด็จมาประพาสเมื่อ พ.ศ. 2454 พระราชทานนามว่า น้ำตกอนัมก๊ก เพื่อเป็นที่ระลึกถึงองค์เซียงสือ กษัตริญ์ญวณที่เคยเข้ามาลี้ภัย จากการจราจลในสมัยราชกาลที่ 1 ทางฝั่งตะวันออกของเกาะ นับตั้งแต่อ่าวยายกี่ หาดคลองเจ้า หาดอ่าวพร้าว อ่าวงามโข่ง หาดอ่าวเบ้า หาดคลองหิน อ่านพร้าว ไปจนสุดปลายแหลมเทียน ล้วนแต่เป้นหาดที่สวยงาม น้ำทะเลใส ประกอบกับธรรมชาตสงบเงียบ รื่นรมด้วยทิวมะพร้าวริมหาด  นอกจากนนี้ริมหาดยังมีป่าชายเลนที่สมบูรณ์และแนวปะการังที่สวยงาม และหลากหลายชนิด รวมทั้งเกาะแรดและเกาะไม้ ซึ่งอยู่ใกล้กับเกาะกูดเริ่มปรากฎหลักฐานตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช เมื่อองค์เซียงสือ เจ้าเมืองญวณที่เข้ามาพึ่งพระโพธิสมภารของพระองค์ หนีออกจากกรุงเทพฯ มาลงเรือที่เกาะสีชัง จากนั้นแล่นเรือชักใบที่อ่าวไทย 7 วัน จึงถึงเกาะกูดที่ไม่มีคนอยู่เลย บนพื้นถิ่นดั้งเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนที่อพยพมาจากเมืองปัจจันตคีรีเขตต์ ที่ตกเป็นนเมืองขึ้นของฝรั่งเศส เมื่อปี พ.ศ. 2447 มีหมู่บ้านหลองมาดเป็นหมู่บ้านที่เก่าแก่ที่สุด ชาชนพื้นเมืองถิ่นเดิมของเกาะกูดส่วนใหญ่เป็นคนไทย และคนเขมรในเกาะกงที่อพยพเข้ามา เมื่อสมัยเมืองปัจจันตคีรีเขตต์ เป็นเมืองขึ้นของฝรั่งเศศราว พ.ศ. 2447 ปัจจุบันชาวเกาะยังดำรงชีพด้วยเกษตรกรรม ทั้งทำสวนยางพารา สวนมะพร้าว สวนผลไม้เพียงเล็กน้อย และทำประมงชายฝั่ง บนเกาะยังมีสถานที่พักที่สามารถพักผ่อนย่อนใจได้อย่างสบาย และมีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันด้วย

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

บรรยากาศตอนเย็นๆ ของเกาะกูดสวยงามมาก เหมาะสมหรับการเที่ยวและการพักผ่อนหย่อนใจ สำหรับหลายๆคนที่อยากพักผ่อน อยากมาเที่ยว ก้มาที่นี่ได้เลยจ้า

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

ในส่วนของน้ำตกที่เกาะกูดที่เกิดจาการที่ เกาะกูดนั้นเป็นภูเขาและที่ราบสันเขาจึงทำให้เกิดน้ำตกที่มีชื่อเสียง เป้นน้ำตกที่สวยงาม และอุดมไปด้วยความสมบูรณ์ของธรรมชาติเลยทีเดียว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

แผนที่และการเดินทาง

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

เกาะกูด เกาะใหญ่ที่ไม่ควรพลาดสำหรับคนชอบเที่ยว

  • รถส่วนตัว มี 2 เส้นทางให้เลือก เส้นทางแรกจากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลย 3 (บางนา-ตราด) ผ่านชลบุรี ระยอง จันทบุรี และเลยไปจนถึงจังหวัดตราด รวมระยะทางทั้งสิ้น 385 กม. เส้นทางที่ 2 จากกรุงเทพใช้ทางหลวงหมายเลข 3 (บางนา-ตราด) เลี้ยวซ้ายเข้าทางหลวงหมายเลข 344 (ชลบุรี-บ้านบึง-แกลง) เมื่อถึงอำเภอแกลง เลี้ยวซ้ายไปทางถนนหมายเลข 3 ผ่านจังหวัดจันทบุรี และเข้าไปจังหวัดตราด รวมระยะทาง315 กม.
  • รถโดยสารประจำทาง ใช้บริการรถทัวรืส่วนมากจะดดยสารเที่ยวเวลา 22.30 และ23.00 น. เพื่อที่จะเดินทางถึงตัวอำเภอเมืองประมาร 04.00น. และ04.30 น. ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5-6 ชั่วโมง

ข้อมูลท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้อง